Home | Contact us | Site Map
ข่าว ผลิตภัณฑ์ใหม่ ทดสอบผลิตภัณฑ์ บทความเทคนิค ดูหนัง/ฟังเพลง รถเด่น นานาสาระ แนะนำร้าน
 
หน้าหลัก > ทดสอบผลิตภัณฑ์ > JVC KD-G645
JVC KD-G645
ส่งบทความนี้ต่อ พิมพ์หน้านี้
 

 รูปลักษณ์ของ KD-G645 ดูโฉบเฉี่ยวหรูหรา และโค้งมนทุกสัดส่วน

การถ่ายทอดรายละเอียดเสียง  จะมีความใกล้เคียงกับการเล่นไฟล์เพลง MP3 จากแผ่น CD ซึ่งถือว่าเป็นพัฒนาที่น่าสนใจ เนื่องจากปกติการใช้งานช่องต่อ USB  ทั่วๆไป จะให้น้ำเสียงค่อนข้างบาง  ทำให้ความน่าฟังลดลงไป แต่จากการทดสอบฟังจาก KD-G645 ด้วยๆไฟล์เพลงเดียวกับในแผ่นCD MP3 พบว่า ให้แนวเสียง น้ำหนักเสียงใกล้เคียงกับการฟังจากแผ่น CD MP3 มาก เมื่อกดฟังก์ชั่นลาวด์เนส ช่วยจะให้ความลงตัวมากยิ่งขึ้น เรียกว่าฟังแล้วเสียงไม่บางเป็นกระดาษ ถือเป็นพัฒนาการอีกก้าวหนึ่งของช่องต่อ USB ภายในเครื่องของ KD-G645 ที่ยกระดับไปอีกระดับหนึ่ง

การทำตลาดของ JVC ในปีนี้ เป็นการทำตลาดแบบเชิงรุก โดยเริ่มเปิดตัวเฮดยูนิตไลน์อัพ ปี 2008 ด้วยเฮดยูนิตซิงเกิ้ล ซีดี รุ่นระดับ Entry Level 3 รุ่นด้วยกัน คือ KD-G645 KD-G395 และน้องเล็กสุด KD-G295 ซึ่งแต่ละรุ่นในปีนี้นั้น มีการออกแบบรูปลักษณ์ เน้นความโค้งมนสวยงาม รวมถึงฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกในการใช้งานที่ครบครัน

KD-G645 เป็นเฮดยูนิตซิงเกิ้ล ซีดี MP3/WMA/USB รุ่นใหม่ล่าสุด ปี 2008 ที่ได้รับการออกแบบอย่างสมบูรณ์แบบ มุงเน้นการตอบสนองการใช้งาน ในรูปแบบต่างๆอย่างลงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเล่นเครื่องเสียงรถยนต์ที่มุ่งเน้น ความสามารถการต่อพ่วงอุปกรณ์มัลติมีเดีย ในที่นี้ คือ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล USB Handy Drive เพื่อเล่นไฟล์เพลงบีบอัดข้อมูล ทั้งไฟล์MP3 และ WMA ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บรรจุภัณฑ์สไตล์ใหม่
หลายๆปีที่ผ่านมา บรรจุภัณฑ์เฮดยูนิตซิงเกิ้ล ซีดี ของ JVC จะมีเอกลักษณ์ที่โดเด่นด้วยการออกแบบตัวกล่องเป็นสีฟ้า สลับสีขาวทั้งกล่อง เมื่อมองจากระยะไกลสามารถ แยกแยะและทราบได้ทันที่ว่านี่คือ บรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงรถยนต์ JVC แต่สำหรับปีนี้ผลิตภัณฑ์ไลน์อัพ ปี 2008 ของ JVC เริ่มการปรับเปลี่ยนโทนสีและกราฟฟิคที่กล่อง โทนสีของกล่อง โดยในปีนี้กล่องบรรจุภัณฑ์ของ JVC ปรับเปลี่ยนมาใช้สีขาว และ สีดำ เป็นสีที่ประทับอยู่ภายนอกของกล่อง โดยจะสลับอย่างสวยงาม

ด้านหน้ากล่องใส่เครื่อง เน้นรุปตัวเครื่องและกราฟฟิคที่ตัวกล่อง

ด้านหลังกล่องใช้พื้นสีดำ พร้อมสรรพคุณความสามารถของตัวเครื่อง

ด้านหน้าของกล่องจะใช้เป็นโทนพื้นขาว ทั้งหน้า และมีรูปด้านหน้าของเฮดยูนิตประทับอยู่ ด้านบนถัดขึ้นมาประมาณกึ่งกลางกล่อง จะเป็นลวดลายกราฟฟิค สีฟ้าคล้ายการตวัดสีของปลายพู่กันประทับอยู่ด้านบน ถัดขึ้นไปจากนั้นมุมซ้ายบน จะเป็นโลโก JVC สีแดง ส่วนมุมขวาจะเป็นชื่อรุ่นและคุณสมบัติที่บอกว่านี่คือเฮดยูนิตประเภทใด ดูจากรูปข้างบนประกอบจะทำให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สำหรับด้านตรงกันข้ามจะเป็นพิ้นสีดำ และจะเน้นเรื่องการนำเสนอฟังก์ชั่นหรือขีดความสามารถของตัวเครื่องในแง่มุมต่างๆ ส่วนตำแหน่งโลโก JVC และชื่อรุ่นของเครื่องจะอยู่ตำแหน่งเดียวกันกับฝั่งด้านสีขาว

ฝาด้านบนของกล่อง มีบาร์โค้ดแสดงรายละเอียดของเครื่อง เปิดฝากล่องออกจะพบกับรายละเอียดอุปกรณ์มาตรฐานของเครื่อง

 ที่สันกล่องด้านข้างก็ได้รับการออกแบบในลักษณะเดียวกัน โดยคำนึงถึงเรื่องความสวยงามเช่นกัน ด้านหนึ่งของสันด้านข้างจะใช้สีขาวเป็นสีประจำด้านมีรูปผลิตภัณฑ์ พร้อมโลโก ชื่อรุ่น ส่วนอีกด้านหนึ่งจะเป็นสีดำมีรูปผลิตภัณฑ์และโลโกอย่างชัดเจน สำหรับฝากล่องด้านหัว ท้ายของเครื่อง ได้รับการออกแบบให้เป็นฝากล่องสีขาว ดังรูปข้างบนนี้ ดังนั้นถ้าจะกล่าวโดยรวมต้องบอกว่า นี่คือการปรับโฉมของบรรจุภัณฑ์ JVC ครั้งใหญ่ทีเดียว

อุปกรณ์มาตรฐานครบครัน
อุปกรณ์มาตรฐานประจำเครื่องของ KD-G645 ได้รับการบรรจุมาในกล่องให้อย่างพร้อมมูลจาก JVC แม้ว่าจะเป็นเฮดยูนิตรุ่นระดับกลางก็ตาม แต่ JVC ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้เฮดยูนิตรุ่นใหญ่ ดังนั้นในแง่ของอุปกรณ์มาตรฐานประจำเครื่อง จึงได้รับการออกแบบมาให้รองรับทุกการใช้งาน เมื่อเปิดฝากล่องบรรุจเครื่อง จะพบกับกล่องใส่หน้าปัดเครื่อง เป็นกล่องพลาสติกสีดำ ด้านใน เป็นแผงหน้าปัด ที่สามารถถอดเก็บใส่ไว้แยกออกมาจากตัวเครื่องได้

อุปกรณ์มาตรฐานของ KD-G645 นอกจาก กล่องใส่หน้าปัดแล้วยังมีชุดคู่มือการใช้งานเครื่อง ชุดสายไฟเข้าเครื่อง พร้อมสายลำโพงของภาคขยายระบบไฮ-เพาเวอร์ รวมถึงรีโมทคอนโทรลไร้สายขนาดกะทัดรัดเหมาะมือใส่มาให้ด้วย พูดง่ายๆ ก็คือ อุปกรณ์มาตรฐานที่พึงมีของเฮดยูนิตระดับนี้ JVC ให้มาครบถ้วน เพื่อสะดวก ต่อการนำไปติดตั้งใช้งานจริง

 ตัวเครื่องมีโฟมบุป้องกันแรงกระแทก

ชุดสายไฟ สายลำโพงภาคขยายไฮ-เพาเวอร์มาตรฐานประจำเครื่อง

ในส่วนของตัวกล่องใส่หน้าปัด เป็นกล่องพลาวสติกฉีดขึ้นรูป สีดำ มีฝาปิดเปิด และมีฟองน้ำบุอยู่ด้านบนป้องกันแรงกะแทก โดยจะห่อหุ่มหน้าปัดเอาไว้ได้อย่างแน่นหนา โดยตัวหน้าปัดจะถูกถอดออกแยกจากตัวเครื่อง เพื่อป้องกันการชำรุดระหว่างการขนย้าย หรือการขนส่งเครื่อง เมื่อแกะกล่องออกมา สภาพของหน้าปัดจะได้พร้อมใช้งานได้ทันที

 หน้าปัดเครื่องถอดป้องกันการโจรกรรม โดยมีกล่องพลาสติกใส่ให้เรียบร้อย

กล่องใส่หน้าปัดที่คุ้นตาเป็นกล่องพลาสิตกฉีดขึ้นรูปมีฝาปิด สังเกตว่าหรน้าปัดมีการออกแบบเน้นความโค้งมนที่รับกับนิ้วมือให้การควบคุมที่สะดวก

รีโมทคอนโทรลกะทัดรัด สไตล์คลาสิค
รีโมทคอนโทรลประจำเครื่องที่ JVC  เลือกสรรมาใช้งานร่วมกับเฮดยูนิตรุ่นนี้ เป็นรีโมทคอนโทรลรูปทรงกะทัดรัดเหมาะมือ ซึ่งรีโมทคอนโทรลรุ่นนี้ JVC มีการนำมาใช้งานร่วมกับเฮดยูนิตของตนหลายปีแล้ว แต่พูดถึงรูปทรงของรีโมทคอนโทรล ยังถือว่ามีความทันสมัย สามารถประยุกต์ใช้เป็นพวงกุญแจได้ ชื่อรุ่นของรีโมทคอนโทรลรุ่นนี้ คือ RM-RK50  ตัวรีโมทมีขนาดราวๆ พวงกุญแจ ดังนั้นหากพกพารีโมทคอนโทรลนี้ไปไหนมาไหน ใครที่ไม่คุ้นอาจคิดว่านี่คือ รีโมทกันขโมยรถยนต์ แต่จริงๆแล้วคือรีโมทคอนโทรลเครื่องเสียงรถยนต์ สำหรับแหล่งพลังงานของรีโมทคอนโทรลรุ่นนี้ใช้แบตเตอร์รี่แบบกระดุม ขนาดใหญ่ 1 ก้อน เรีกยว่ายังทันสมัยและพกพาได้อย่างสะดวก

 รีโมทคอนโทรลมาตรฐานขนาดกะทัดรัด

 ปุ่มควบคุมการทำงานของรีโมทคอนโทรลแบบ 4 ทิศทาง(ปุ่มสีฟ้า)

 ด้านหลังของรีโมทคอนโทรลรูปทรงโค้งมน

ช่องใส่แบตเตอร์รี่ของรีโมทคอนโทรลอยู่ด้านข้างของรีโมทคอนโทรล

รุปลักษณ์เน้นความหรูหราโฉบเฉี่ยว
ถ้าพิจารณาจากรูปลักษณ์หน้าปัดของเฮดยูนิตรุ่นนี้ จะเห็นว่ามีการออกแบบเลย์ เอาท์ ของหน้าปัดคล้ายกับเฮดยูนิตรุ่นอื่นในอนุกรมเดียวกันกับเฮดยูนิตรุ่นนี้ แต่ด้วยรุ่นของเครื่องเป็นเครื่องรุ่นใหญ่ จึงทำให้ การสอดแทรกรายละเอียดของหน้าปัดจะมีมากกว่าเครื่องรุ่นรองลงมาหรือมากกว่าเครื่องรุ่นเล็กอย่าง KD-G295

 อีกมุมหนึ่งของ KD-G645

ปุ่มควบคุมการทำงานหลักของเครื่องที่มุมซ้ายหน้าปัด

การออกแบบรูปลักษณ์ตัวเครื่องโดยรวมของ KD-G645 เป็นการผสมผสานรูปแบบหน้าปัดของเฮดบยูนิต JVC อนุกรม G ซีรีส์ ปี 2006 และ 2007 เข้าด้วยกัน ลักษณะของหน้าปัดเครื่องรุ่นนี้ เป็นแบบ Slot In โดยสามารถใส่แผ่น CD เข้าได้โดยตรงโดยไม่ต้องมานั่งกดให้หน้าปัดพับลงให้วุ่นวาย หน้าปัดโดยรวมเคลือบอาครีลิคเงาวับทั้งหน้าปัด

การจัดวางเลย์เอาท์ตำแหน่งปุ่มควบคุมการทำงาน พูดถึงตำแหน่งยังคงจุดเดิมเอาไว้เนื่องจาก ตำแหน่งของปุ่มควบคุมบนหน้าปัดของวิทยุรุ่นนี้มีการออกแบบให้สอดคล้องกับหลักสรีระศาสตร์ ที่ดี ดังนั้นตำแหน่งของปุ่มควบคุมจึงมีการขยับไปไม่มากนัก ที่สำคัญ ในเฮดยูนิตรุ่นนี้ ตำแหน่งของปุ่มปรับควบคุมต่างๆ จะดูสวยงามสะดุดตาด้วยปุ่มควบคุมการทำงานหลักแบบโรตารีสไตล์โลหะกลึงขึ้นรูป และเน้นความหรูหรากว่าเฮดยูนิตรุ่นน้อง ไม่ว่าจะเป็น KD-G395 หรือ KD-G245 และบริเวณปุ่มควบคุมการทำงานด้านซ้ายของเครื่องมีการออกแบบให้มีแป้นสีบรอนซ์ขึ้นมารองรับตำแหน่งของปุ่มควบคุมช่วยเบรคสายตา และแป้นนี้ยังรองรับเข้ากับลายเส้นของหน้าปัด ไปทางแนวนอน เมื่อบรรจบกับเส้นล้อมรอบหน้าปัดจะทำให้หน้าปัดของ KD-G645 ดูสวยงามสะดุดตาเพิ่มมากขึ้น

 ปุ่มควบคุมการกดเดลือกช่องสถานีหรือแทรคเพลง

 มุมขวาหน้าปัด(บน)ช่องเสียบUSB (ล่าง)ช่องต่อ AUX Input

ความแตกต่างของปุ่มควบุคมการทำงานของ KD-G645 เมื่อเปรียบเทีนกับกับเฮดยูนิตรุ่นน้องอีก 2 รุ่นที่มีการนำออกวางตลาด จะพบความแตกต่างในแง่ของรายละเอียด ความสวยงามของปุ่มควบคุมและรายละเอียดแต่ละจุดบนหน้าปัด ซึ่งปุ่มควบุคมของ KD-G645 จะมีการนำรูปแบบของปุ่มที่ขัดเงา มาใช้งานโดยที่แกนปุ่มจะมีการหุ้มยางเพื่อคามถนัดมือในการปรับควบคุม ดังเช่นปุ่มปรับควบคุมการทำงานหลักแบบโรตารี ส่วนแป้นหน้าปัดที่อยู่ใกล้ๆกับปุ่มควบคุมจะมีการออกแบบ ให้เป็นแป้นแบบชุบโครเมียม รวมถึงปุ่มกดอื่นๆ จะเน้นปุ่มที่ดูหรูหรา รองรับกับไฟส่องหลังสีฟ้าทำให้ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น

มองจากด้านบนจะเห็นถึงความโค้งมนของหน้าปัด

ปุ่มควบคุมแบบโรตารีมียางที่สันปุ่มทำให้การจับถนัดมือปรับค่าทำได้อย่างนุ่มนวล

ช่องต่อ USB บนหน้าปัดดูแนบเนียนขึ้น
การออกแบบช่องต่อ USB ทาง JVC เริ่มมีการบรรจุเป็นฟังก์ชั่นการทำงานมาตรฐานมาตั้งแต่ไลน์อัพ ปี 2007 โดยจะออกแบบไว้ที่มุมด้านขวาสุดของหน้าปัด เมื่อหันหน้าเข้าหาหน้าปัดเครื่อง ปีนี้ตำแหน่ง ของช่องต่อ USB ยังคงจัดวางอยู่ในตำแหน่งเดิม คือที่มุมด้านขวาของหน้าปัด แต่มีการเพิ่มเติมรายละเอียดความสวยงามของหน้าปัดด้วยการเพิ่มที่ปิดช่องเสียบ USB ด้านหน้าเครื่อง เพื่อไม่ให้ดูแปลกแยก หรือดูไม่สวยงาม เพราะฉะนั้นระหว่างไม่ใช้งานช่องต่อ USB หน้าปัดเครื่องจะดูสวยงามไม่ดูแปลกแยก หรือดูขาดๆ - เกินๆ

 ช่องต่อ USB เมื่อจะใช้งานจะต้องเปิดฝาครอบออก

 จากนั้นจึงนำ USB Handy drive เสียบเข้าที่ช่องเสียบUSB

ด้านหลังเครื่องเน้นความสวยงามและการเชื่อมต่อที่ลงตัว
ด้านหลังเครื่องของ KD-G645 ได้รับการออกแบบลักษณะเดียวกันกับ เฮดยูนิตรุ่นอื่น ในอนุกรมเดียวกัน คือใช้พื้นที่ด้านหลังของเครื่องเป็นแผ่นระบายความร้อน ด้วยการเลือกใช้แผ่นอลูมิเนียมฉีดขึ้นรูป มีครีบระบายความร้อนบริเวณกึ่งกลางเครื่องด้านหลัง ซึ่งรูปแบบหรือวิธีการนี้จะช่วยให้การระบายความร้อนทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านหลังเครื่องของ KD-G645 ออกแบบเน้นความเรียบง่าย มีช่องต่อใช้งานครบครัน

ช่องต่อต่างๆของเครื่อง ได้รับการออกแบบจัดวางกระจายอยู่ตามมุมต่าๆงของเครื่อง เมื่อหันหน้าเข้าหาด้านหลังของเครื่อง  ที่มุมด้านซ้าย จะเป็นชุดช่องต่อสายอากาศภาครับวิทยุ จากนั้นจะเป็นช่องต่อสัญญาณLine Output 2 คู่ คือ ช่องต่อ สัญญาณLine Output คู่หลัง และคู่หน้า จัดเรียงเป็นระเบียบ และ มุมด้านขวาจะเป็นขั้วต่อสายไฟ สายลำโพงภาคขยายะรบบ ไฮ-เพาเวอร์ของตัวเครื่อง

 (ซ้าย)ช่องต่อ สายอากาศ (ขวา) ช่องต่อ Line Ouput ตัวถังด้านหลังของเครื่องได้รับการออกแบบเป็นครีบระบายความร้อนในตัว

3 จุดเด่น ใน หนึ่งเดียว
 KD-G645 เป็นการผนวกรวมความโดดเด่นของเทคโนโลยี เฮดยูนิต ยุคใหม่เอาไว้อย่างพร้อมมูล และมีการปรับใช้ให้เหมาะสมกับระดับราคาและเซ็กเมนท์ ของเฮดยูนิตรุ่นนี้ ซึ่งแม้ว่า JVC จะเน้นการทำตลาดในระดับEntry Level และตลาดระดับกลาง ก็ตาม แต่ฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีมีให้อย่างพรอ้มมูล ซึ่ง JVC ได้ทำการออกแบบ บรรจุ 3 จุดเด่นไว้ในเฮดยูนิตรุ่นนี้ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานให้กับนักเล่นเครื่องเสียงรถยนต์ เทคโนโลยีเด่นดังกล่าวประกอบด้วย

-ปุ่มควบคุมสั่งการแบบ โรตารี ในปีนี้ปุ่มควบคุมการทำงานหลักของ KD-G645 จะเน้น การออกแบบลักษณะปุ่มควบคุมเป็นแบบโรตารี หรือปุ่มปรับทรงกลม พร้อมทั้งออกแบบปุ่มกดกรอเดินนห้า/ถอยหลัง และปุ่มกดเลือกแหล่งสัญญาณให้เป็นปุ่มรูปทรงกลม จัดวางอยู่ใกล้กัน เน้นเรื่องความสวยงามและยังช่วยอำนวยความสะดวกในการควบคุมสั่งการได้เป็นอย่างดี
-ช่องต่อ USB ด้านหน้าเครื่อง JVC แจ้งเกิดกับช่องต่อ USB มาตั้งแต่ไลน์อัพปี 2007 โดยเฉพาะช่องต่อ USB ที่ด้านหน้าเครื่อง นอกจากจะให้ความสะดวกต่อการเชื่อมต่อใช้งาน USB Handy Darive แล้ว ยังให้ความสวยงามลงตัวไม่เกะกะ รองรับการเล่นไฟล์เพลง MP3/WMA
-ช่องต่อ AUX Input ด้านหน้าเครื่อง อีก 1 ความโดดเด่นที่ JVC บรรจงมอบให้ เพื่อรองรับความต้องการของนักเล่นเครื่องเล่นพกพา ที่ต้องการนำเครื่องเล่นพกพามาต่อพ่วงใช้งานร่วมกับ KD-G645 สามารถทำได้อย่างสะดวกและง่ายดาย

ขั้วเสียบสายไฟและสายลำโพงภาคขยายไฮ-เพาเวอร์

 ด้านบนของแผ่นระบายความร้อนด้านหลังเครื่อง

เขี้ยวเล็บแพรวพราว
แม้จะเป็นเฮดยูนิตรุ่นใหญ่ระดับ Entry Level แต่ JVC ก็ให้ความสำคัญ และนำเสนอระบบอำนวยคงวามสะดวกในการใช้งานมาให้ค่อนข้างครบ โดยมีการคัดสรรฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกให้อย่างพร้อมมูล ซึ่ง KD-G645 มีฟังก์ชั่นโดดเด่นอำนวยความสะดวกในการใช้งาน ประกอบด้วย

-ภาครับวิทยุ ระบบ AM/FM ค้นหาคลื่นความถี่ด้วยระบบควอทซ์ ซินธิไซธ์ มีฟังก์ชั่นตั้งสถานีล่วงหน้า
-ภาคเครื่องเล่น ใช้DAC 24 รองรับการเล่นแผ่น CD CD-R/RW CE MP3/WMA
-ช่องต่อ USB รองรับการเล่นไฟล์เพลง MP3/WMA ผ่าน USB Handy Drive
-อื่นๆ ช่องต่อ AUX Input ที่หน้าปัด ช่องต่อ USB ที่หน้าปัด ภาคขยายไฮ-เพาเวอร์ มอสเฟท 50 วัตต์x4 ช่องต่อ Line Output 1 คู่ ระดับสัญญาณ 2.5 โวลท์ ระบบปรับเสียง iEq 3  ย่านความถี่ รีโมทคอนโทรลไร้สายขนาดกะทัดรัด

การแสดงผลเมื่อกดเลือกฟังก์ชั่น DSP ของเครื่อง

 อันนี้เลือกโหมดRock

ภาครับวิทยุ FM ให้ความไวในการรับสัญญาณสูง
ภาครับ HS Tuner ของภาครับวิทยุ FM ในตัวเครื่อง ของ KD-G645 ได้รับการออกแบบด้วยความพิถีพิถัน เอกลักษณ์โดดเด่นประการสำคัญของภาครับวิทยุที่ใช้ภาครับแบบ HS Tuner คือ ความสามารถในการรับสัญญาณที่ให้ความฉับไว และสามารถถ่ายทอดความเป็นดนตรีที่ดี โดยจะเน้นการรับสัญญาณที่ส่งออกอากาศได้มาตรฐาน พยายามขจัดสัญญาณรบกวนแทรกซ้อนหรือมัลติพาธ เพื่อไม่ให้เกิดการบั่นทอนประสิทธิภาพการรับสัญญาณคลื่นความถี่วิทยุและมีผลกระทบต่อคุณภาพเสียงในการรับคลื่นความถี่วิทยุ

จากการทดสอบฟังพบว่าการสแกนหาคลื่นช่องสถานีวิทยุ FM สามารถสแกนได้รวดเร็ว ทันอก ทันใจ การล็อกคลื่นความถี่สถานีวิทยุ หากรับสัญญาณได้ชัดเจนภาครับจะทำการล็อกคลื่นทันทีที่การค้นหาผ่านไปยังสถานีวิทยุนั้นๆ และทำการถ่ายทอดความเป็นดนตรีออกมา หากช่องความถี่ใดมีสัญญาณรบกวน หรือสัญญาณแทรกซ้อนการค้นหาจะถูกสั่งให้ข้ามสถานีนั้นไป เพื่อไม่ให้เกิดการถ่ายทอดสัญญาณเสียงที่ด้อยคุณภาพ ซึ่งในการทดสอบเป็นการใช้งานสายอากาศ แบบภายในอาคาร หากมีการปรับเปลี่ยนสายอากาศ เป็นแบบติดตั้งประจำรถน่าจะทำให้ประสิทธิภาพการรับสัญญาณแลบะการถ่ายทอดคุณภาพเสียงดีกว่าที่เป็น

กรณีสถานีที่รับสัญญาณได้ชัดเจน ภาครับ HS Tuner จะให้มิติเสียงที่โอบล้อมให้ตำแหน่งของเวทีเสียงที่สอดคล้องกับขนาดของมิติเสียง ที่สำคัญ  ความนิ่งของเสียง หรือโฟกัสเสียงซึ่ง JVC มีความโดดเด่นในจุดนี้พบว่ายังคงสามารถถ่ายทอดบุคลิกในจุดนี้ออกมาได้เป็นอย่างดี ทำให้การฟังเพลงจากภาครับวิทยุ FM  หากเลือกใช้สายอากาศที่ดี จะทำให้การฟังเพลง ได้อรรถรสเพิ่มมากยิ่งขึ้น การรับสัญญาณของภาครับ HS Tuner หากสามารถล็อกความถี่ได้อย่างลงตัว และช่องสถานีนั้นๆไมมีสัญญาณรบกวน หรือมัลติพาธแล้ว จะสามารถแสดงความสามารถการทำงานของภาครับวิทยุดังกล่าวออกมาได้อย่างชัเดเจน ถือว่าการถ่ายทอดเวทีเสียงทำได้ดี ไม่ออกอาการวูบวาบ แต่มีข้อแม้ว่า การรับสัญญาณต้องชัดเจนเท่านั้น

กดเลือกการใช้งานช่องต่อ AUX Input

  ระหว่างสแกนการทำงานของภาครับวิทยุ FM

เล่น CD มาตรฐานดุลน้ำเสียงสไตล์เครื่องบ้าน
การทำงานของภาคเครื่องเล่น ใน KD-G645 ให้ความรวดเร็วการผ่านสัญญาณเพลงจากแผ่น CD มาตรฐานค่อนข้างรวดเร็ว โดยใช้เวลา  รวดเร็ว ประมาณ 8-9 วินาที จากนั้นเพลงจะเริ่มเล่น  แนวเสียงที่ KD-G645 ถ่ายทอดออกมา  ให้ดุลน้ำเสียงค่อนข้างเป็นกลาง โดยมีทั้งเนื้อเสียงและการสอดประสานของความถี่ย่านสูง สามารถทำงานร่วมกันได้ดี แนวเสียงที่ทดสอบฟังเมือ่เปรียบเทียบกับเฮดยูนิตรุ่นใกล้เคียงของ JVC อย่างเช่น KD-G395 จะพบว่าในเงื่อนไขเดียวกัน กับแผ่นCD ระดับออดิโอไฟล์อัลบั้มเดียวกันผลลัพธ์ที่ได้จะต่างกันพอควร

 กดให้แสดงผลนาฬิกาของเครื่อง

 กดดูชือ่ที่ดปรแกรมช่องสถานีซึ่งไม่ได้มีการโปรแกรมไว้

ที่ว่าต่างกันนั้น สำหรับ KD-G645 แนวเสียงที่ถ่ายทอดออกมาจะเน้นเรื่องของความน่าฟัง หลายคนอาจมองว่าการเลือกใช้ DAC 24 บิท น่าจะให้คุณสมบัติการถ่ายทอดรายละเอียดเสียงระยับออกมาได้ดี มองในแง่นี้มีส่วนถูก แต่ต้องดูลักษณะการออกแบบ วงจรกรองความถี่ดิจิตอล(Digital Filter) ประกอบกันด้วย สำหรับเฮดยูนิตรุ่นนี้ ผมพบว่า ในแง่การถ่ายอทดรายละเอียดระยิบระยับของเสียง อยู่ในระดับปานลกางไม่ได้ละเอียดแบบนับเม็ดได้ แต่กลับมาได้ในเรื่องของความเป็นดนตรี ซึ่งหากพบไม่บ่อยนักกับเฮดยูนิตซิงเกิ้ล ซีดี MP3/WMA ในสนนราคาต่ำกว่า 10,000 บาท ที่สามารถให้ความเป็นดนตรีและความน่าฟัง ในสไตล์เดียวกับเครื่องเล่นCD บ้าน ทำให้ เมื่อนำแผ่น CD ระดับออดิโอไฟล์ที่ผมนิยมนำมาใช้ในการทดสอบมาทดสอบฟังผลปรากฏว่าให้ความน่าฟังมาก ทำให้เมื่อฟังไปนานได้ทั้งความผ่อนคลายและความเพลิดเพลิน

 เมื่อนำแผ่นCD ใส่เครื่อง หน้าจอจะแสดงสถานะ Load

 หลังเครื่องอ่านแผ่นเสร็จ จะเข้าสู่โหมดการเล่น


ความเป็นดนตรีที่ว่า คือ จุดเด่นของภาคเครื่องเล่นในเฮดยูนิตรุ่นนี้ เพราะแม้จะฟังเพลงในรูปแบบแฟลต แต่ก็ให้ความกลมกล่อม กลมกลืนของเสียงออกมาได้ดี  ส่วนหนึ่งเป็นผลจาการเลือกใช้วงจร DAC ระบบ 24 บิท ที่ช่วยให้การถ่ายทอดรายละเอียดเสียงทำได้ดี และยังถ่ายทอดแนวเสียงในระดับออดิโอไฟล์ออกมาได้อีก พูดง่ายว่าความเป็นดนตรีสำหรับภาคเครื่องเล่นของ KD-G645 ทำได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้านำไปฟังโดยต่อพ่วงเพาเวอร์แอมป์ภายนอก จะสามารถสัมผัสได้ถึงไดนามิกเสียงที่ช่องต่อ Line Output ที่ถ่ายทอดออกมา  ยิ่งทำให้ความสมจริงและความน่าฟังเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการสวิงของไดนามิกเสียงจากช่องต่อ Line Output ของชุดหน้าพบว่าช่วยเพิ่มความตื่นตัวของเสียง และเพิ่มพลังเสียงที่น่าฟังเพิ่มมากยิ่งขึ้นอีกด้วย


เมื่อเริ่มเล่นแผ่น จะแสดงแทรคเพลงในแผ่นทั้งหมดและเวลารวม เมื่อเล่นแผ่นCD มาตรฐานเครื่องจะแสดงเวลาในการเล่นแทรคเพลงแต่ละแทรค

CD/MP3 กลางโปร่งควรกดลาวด์เนสช่วย
การเล่นแผ่นCD MP3  ได้รับผลดี จากการใช้งาน DAC ระบบ 24 บิท จากการทดสอบฟังพบว่า แนวเสียงที่เล่นผ่านแผ่นCD MP3 ให้เสียงกลางและช่วงรอยต่อของเสียงเบสที่ดี แม้ว่าเบสลึก หัวโน๊ตเบสจะไม่คม ความกระชับจะยังไม่ดีเท่าที่ควร แต่ถ้าฟังแบบรวมๆ ถือว่าใช้ได้ ถ้าเป็นนักฟังที่ฟังเพลงเน้นแนวเสียงกลางเด่นๆ และช่วงซับเบสพอมีเบสออกมาบ้างแล้วละก็ สามารถฟังแบบไม่ต้องกดลาวด์เนส ให้วุ่นวายก็ถือว่าพอจะฟังได้บ้าง แต่ถ้าเน้นว่าต้องการให้เสียงหนักแน่นมีพลังแล้ว ควรใช้งานฟังก์ชั่นลาวด์เนส หรือ กด EQ ช่วย ซึ่งจะทำให้เพิ่มความหนักแน่นในสไตล์ลาวด์เนสของ JVC ได้อย่างทันทีทันใด

การแสดงผลฟังก์ชั่นการปรับเสียงทุ้ม

 การแสดงผลการปรับความถี่ย่านกลาง


การฟังแบบเน้นรายละเอียดเสียง แล้วละก็ ต้องพึ่งพา ฟังก์ชั่นลาวด์เนส  และฟังก์ชั่นระบบปรับแต่งเสียง cEq เข้าช่วย เช่นกัน ในการทดสอบพบว่าเมื่อใช้งานฟังกืชั่นที่อ้างอิงถึงแล้วนั้นจะช่วยให้ การกำหนดสไตล์เสียง ได้ตามรสนิยม การฟัง รวมถึงความหนักแน่นของเสียง ซึ่งจะทำให้การฟังเพลงมีความลงตัวเพิ่มมากขึ้น การทำงานของระบบปรับแต่งเสียง มีการเพิ่มการปรับย่านเสียงกลาง เข้ามาทำให้การปรับแต่งเสียง ให้สอดคล้องกับรูปแบบและรสนิยมการฟังได้เป็นอย่างดี

 การแสดงผลการปรับความถี่ย่านสูง

  เมื่อกดเลือกใช้งานฟังกืชั่นลาวด์เนส

USB เล่นไฟล์เพลงน้ำหนักเสียงลงตัว
การใช้งานช่องต่อ USB มีการออกแบบมุ่งเน้นความยืดหยุ่นในการใช้งาน สามารถรองรับUSB Handy Drive ความจุสูงสุดถึง 8 กิกะไบท์ กับ การจัดเก็บไฟล์เพลงทั้งแบบ FAT16 และ FAT32 รองรับโฟลเดอร์สูงสุด 255 โฟลเดอร์ รองรับระดับโฟลเดอร์ 8 ระดับ มีระบบการแสดงรายละเอียดข้อมูลไฟล์เพลง ด้วยระบบ ID3Tag การเข้าถึงแทรคเพลงค่อนข้างจะใช้เวลาสักนิด ราว 7-8 วินาที หลังเสียบ USB Handy Drive เข้าเครื่อง

 ขณะอ่านหน่วยความจำ USB

ถ้าไม่มีการเสียบUSB Handy Drive ที่หน้าจอจะแสดงผลดังรูป

มีข้อสังเกตว่า กรณีนำ USB Handy Drive ทีมีการเก้บข้อมูลอื่นๆใส่เข้าไว้ในตัว ไปบรรจุไฟล์เพลงMP3/WMA แล้วนำมาเสียบใช้งาน จะมีปัญหาเรื่องของความล่าช้าในการอ่านข้อมูล เพราะระบบจะพยายามคนหาว่าไฟล์เพลง ที่บันทึก อยู่ในจุดใด ข้อแนะนำจึงไม่ควรนำ USB Handy drive ที่เก็บงานอื่นมาบันทึกไฟล์เพลงมาเล่น เพราะจะทำให้เสียงต่อการเกิดอาการแฮงก์ของเครื่อง และการเข้าถึงแทรคเพลงมีความล่าช้า เสียเวลาไปเปล่าๆ ส่วนการตั้งชื่อโฟลเดอร์ หรือชื่อไฟล์เพลงควรตั้งเป้นภาษาอังกฤษเพื่อให้ระบบ ID3Tag สามารถมองเห้นชื่อไฟล์เพลงและแสดงผลออกมาได้อย่างถูกต้อง

หากเครื่องตรวจเจอว่ามีการเสียบ USB Handy Drive จะแสดงผลดังรูป

 เมื่อเตรียมเล่นแผ่นCD มาตรฐาน

การถ่ายทอดรายละเอียดเสียง  จะมีความใกล้เคียงกับการเล่นไฟล์เพลง MP3 จากแผ่น CD ซึ่งถือว่าเป็นพัฒนาที่น่าสนใจ เนื่องจากปกติการใช้งานช่องต่อ USB  ทั่วๆไป จะให้น้ำเสียงค่อนข้างบาง  ทำให้ความน่าฟังลดลงไป แต่จากการทดสอบฟังจาก KD-G645 ด้วยๆไฟล์เพลงเดียวกับในแผ่นCD MP3 พบว่า ให้แนวเสียง น้ำหนักเสียงใกล้เคียงกับการฟังจากแผ่น CD MP3 มาก เมื่อกดฟังก์ชั่นลาวด์เนส ช่วยจะให้ความลงตัวมากยิ่งขึ้น เรียกว่าฟังแล้วเสียงไม่บางเป็นกระดาษ ถือเป็นพัฒนาการอีกก้าวหนึ่งของช่องต่อ USB ภายในเครื่องของ KD-G645 ที่ยกระดับไปอีกระดับหนึ่ง

สรุป
KD-G645 เป็นอีกความสมบูรณ์แบบ ที่ JVC ทำการออกแบบรองรับการใช้งานสำหรับนักลเนเครื่องเสียงถรยนต์ที่ตอ้งการเฮดยุนิตซิงเกิ้ล วีดี MP3/WMA ราคาย่อมเยาแต่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพการทำงาน ความสามารถการต่อพ่วงอุปกรณ์ USB Handy Drive โดยเฉพาะบทบาทการใช้DAC ระบบ 24 บิท มีส่วนช่วยให้การถ่ายทอดรายละเอียดคุณภาพเสียงมีความเป็นดนตรีในระดับสูง เหนือกว่าระดับสนนราคาหลายช่วงตัว ถ้าเน้นการฟังเพลงที่ให้ความเป็นดนตรี ความน่าฟังเล่นไฟล์ MP3/WMA ได้ ละก็รับรองว่าถูกฝา ถูกตัว ในการเลือกใช้งาน

เงื่อนไขที่ใช้ในการอ้างอิงการทดสอบ

ชุดทดสอบ
เพาเวอร์แอมป์            STATAUS EROS 75.4
ลำโพง                        BOSTWICK LAX-K2

แผ่นที่ใช้อ้างอิง
-Hook on Classic
-Best Female Voices 
-Hunter

 

 นำเข้าและจัดจำหน่าย โดย บ.ไฮไฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด  โทรฯ 0-2954-4710-14

 

 

 

 

 

 

 

โดย ช่างใหญ่   วันที่ 5-กุมภาพันธ์-2551

 
 
 
Copyright © 2006 CarAudioOnline.net. All rights reserved