Home | Contact us | Site Map
ข่าว ผลิตภัณฑ์ใหม่ ทดสอบผลิตภัณฑ์ บทความเทคนิค ดูหนัง/ฟังเพลง รถเด่น นานาสาระ แนะนำร้าน
 
หน้าหลัก > ดูหนัง/ฟังเพลง >  60 ปี วีรชนคนกล้า “หงา คาราวาน”
60 ปี วีรชนคนกล้า “หงา คาราวาน”
ส่งบทความนี้ต่อ พิมพ์หน้านี้
 

 
Album : 60 ปี วีรชนคนกล้า “หงา คาราวาน”
Artist   : ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต
Label/No. :
วอร์เนอร์ มิวสิค (ประเทศไทย)
Style  : เพื่อชีวิต
เพราะไม่ได้เป็นสาวกของเพลงเพื่อชีวิต ก็เลยไม่ทราบว่า ใครเป็นคนบัญญัติศัพท์คำว่า “เพลงเพื่อชีวิต” ขึ้นมา แต่เท่าที่ได้อ่านจากหนังสือก็พอจะเชื่อถือได้ว่า เพลงเพื่อชีวิตน่าจะมาจาก “เพลงชีวิต” ที่ครูนารถ ถาวรบุตร บรมครูนักแต่งเพลงไทยสากลในยุค พ.ศ.2480-2500 ได้แบ่งเพลงไทยร่วมสมัยในยุคนั้นออกเป็น 3 ประเภทด้วยกันคือ เพลงปลุกใจ ที่สอนให้คนรักชาติ รักสามัคคีและรักความเป็นไทย...เพลงประโลมโลกย์ เป็นเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรัก และเพลงชีวิต ที่มีเนื้อหาสะท้อนสังคม ล้อเลียนการเมือง และหยิบเอาเรื่องชีวิตของคนในอาชีพต่างๆ ที่ถูกมองว่าต่ำต้อยด้อยค่า มาพรรณาด้วยสำนวนโวหารที่ลึกซึ้งกินใจอะไรเทือกนั้น และในกาลต่อมาก็เพิ่มคำว่า “เพื่อ” เข้าไป จะด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบได้ แต่ที่แน่ๆมันก็มาเป็น “เพลงเพื่อชีวิต” จนกระทั่งถึงบัด now นั่นแล!

หากจะถามว่าใครเป็นคนแรกที่ร้องเพลงหรือนำเพลงเพื่อชีวิตมาเผยแพร่...เรื่องนี้ต้องลากยาวไปถึง แสงนภา บุญราศรี ราชาละครร้องยุคหลังเปลี่ยนการปกครองปี พ.ศ. 2475 โน่นล่ะครับ! ตามประวัติศาสตร์เพลงไทยร่วมสมัยก็น่าจะเชื่อถือได้ว่า แสงนภา บุญราศรี เป็นศิลปินแม่แบบของเพลงชีวิต หรือเพลงเพื่อชีวิต เพราะแสงนภา ร้องเพลงในลักษณะนี้มาก่อนครูเพลงเพื่อชีวิตอย่าง เสน่ห์ โกมารชุน และคำรณ สัมบุณยานนท์ เสียอีก เพียงแต่ไม่มีหลักฐานบันทึกลงในแผ่นเสียงเหมือนกับสองคนหลังเท่านั้นเอง

เพลงเพื่อชีวิตในยุคหลังๆ เหมือนกับว่าจะมาถึงทางตัน เนื้อหาของเพลงและสาระของดนตรีแทบจะดิ้นหนีไปไหนไม่พ้น ยิ่งมีการนำธุรกิจการค้าเข้ามาอิงในบทเพลงได้อย่างแยบยล ก็ยิ่งทำให้เพลงเพื่อชีวิตหมดมนต์ขลังไปเยอะ จะมีก็เพียง “ตำนาน” เก่าๆเท่านั้น ที่บันทึกเอาไว้ให้คนเพื่อชีวิตรุ่นหลังๆได้สืบต่อเจตนากันต่อไป และหนึ่งในตำนานเก่าๆของเพลงเพื่อชีวิตที่ถูกคนในวิถีเดียวกันยกย่องให้เป็น “ครูใหญ่” แห่งเพลงเพื่อชีวิตก็คือ สุรชัย จันทิมาธร หรือ “หงา คาราวาน” นั่นล่ะครับ!
 
เรื่องราวของหงา คาราวาน มีสารพัดสารพันทั้งสุข เศร้า เหงา แฮงก์ครับ นำมาสร้างเป็นหนังได้เลย แค่ชีวิตในป่าสมัยหลัง 14 ตุลา ก็ยืดไปได้หลายภาคแล้ว สรุปกันสั้นๆแถมฟันธงไปเลยว่า ถ้าเป็น “แฟนพันธ์แท้” ของเพลงเพื่อชีวิตจริงๆ เป็นไปไม่ได้ที่ไม่รู้จัก สุรชัย จันทิมาธร หรือ หงา คาราวาน

คอนเสิร์ตหนนี้ จัดขึ้นมาเนื่องในโอกาสที่น้าหงามีอายุอานามครบ 60 ปี โดยใช้ชื่องานว่า 60 ปี วีรชนคนกล้า หงา คาราวาน” งานจัดกันที่ โรงเบียร์เยอรมัน ตะวันแดง เลียบทางด่วนรามอินทรา เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2551มีบรรดาเพื่อนพ้องน้องพี่ของวงการเพลงเพื่อชีวิต ทั้งแบบมาเดี่ยว และมาแบบเต็มวงมาร่วมงานกันคับคั่งทีเดียว แต่ที่ดูผิดธรรมเนียมของงานในลักษณะนี้ หรือลักษณะที่มาร่วม “คาระวะ” ศิลปินเจ้าของงานก็คือ หลายคนและหลายวงไม่ได้นำเพลงของน้าหงา หรือเพลงของคาราวานมาเล่น แต่ส่วนใหญ่จะเล่นเพลงของตัวเองกันเกือบหมด ก็ดูกันเองไปอีกแบบเน๊าะ!...นอกจากจะร้องเพลงแล้ว บรรดาเพื่อนๆเพื่อชีวิตที่มาในงาน ก็จะพูดอะไรเล็กๆน้อยถึงน้าหงา แน่นอนว่าแต่ละคนจะพูดแต่เรื่องดีๆของน้าหงาทั้งนั้นแหละ ไม่มีใครเอาเรื่องในด้านลบของน้าหงา ซึ่งก็มีอยู่เพียบ(ฮา) มาพูดหรอกครับ ยังไงๆต้องเอาอะไรๆที่มันดีๆมาพูดไว้ก่อน เพื่อความขลังของชื่องาน 60 ปี วีรชนคนกล้า หงา คาราวาน ส่วนใครจะเว่อร์มากน้อยแค่ไหนก็ขอเชิญสดับรับฟังได้ในดีวีดีแผ่นนี้...ยกตัวอย่างสักคนสองคน..อย่าง ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ผู้นำวงดนตรี “ธุรกิจเพื่อชีวิต” คาราบาว ที่สามารถสอดแทรก “คาราบาวแดง” และ “เบียร์ช้าง” เข้าไปไว้ในเพลงได้อย่างแยบยล ก็ยกย่องน้าหงาว่าเป็น BOB DILAN แห่งเมืองไทย โอ.เค.อันนี้พอไหว...แต่ที่ดูเวอร์ซะไม่มี น่าจะเป็นคิวของ พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ ที่พูดถึงน้าหงาว่า “...ในเมืองไทย ผมพูดตั้งแต่ตั้งเมืองไทยมา ก็หาคนพิเศษอย่างนี้ยากครับ...” อันนี้เวอร์แบบไม่มีที่ติครับ?โอ้โห! เริ่มกันตั้งแต่ตั้งเมืองไทยมา แล้วหาคนแบบน้าหงาใม่ได้เลยเร๊อะ!

ครบรอบ 60 ปีระดับครูใหญ่แห่งวงการเพลงเพื่อชีวิตกันทั้งที บรรดาเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการก็มาอำนวยอวยชัยด้วยเสียงเพลงให้กับน้าหงาอย่างอุ่นหนาฝาเหล้าเบียร์กันตามระเบียบ ระดับรุ่นใหญ่ก็มี คีตาญชลี, ซูซู, ฟุตบาท, ศรีเผือก คนด่านเกวียน และ คาราบาว ส่วนรุ่นน้องรองพรรษาลงมาก็มี แฮมเมอร์, พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์, อมตะ, อินโดจีน และ แสง ธรรมดา...ทางด้านแขกรับเชิญพิเศษก็มี “ศิลปินแห่งชาติ” อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, พยัพ คำพันธ์, สุนารี ราชสีมา, ชูเกียรติ ฉาไธสง และ อ.ไกรศักดิ์ ชุณหวัน ซึ่งมางวดนี้ค่อนข้างเข้มและดุทีเดียว! ส่วนเพื่อชีวิตวงใหม่ๆ ต้องขอพระอภัยมณี-ศรีสุวรรณกันอย่างแรง ที่ไม่สันทัดกับชื่อเอาเลย เช่นวง ฆราวาส, บางลำพูแบนด์ และ ไท-ลา-กูน แม้ว่าฝีมือไม่มีอะไรโดดเด่น และหนีความเป็นดนตรีในสไตล์ที่ซ้ำๆกันของเพลงเพื่อชีวิตไม่ออกแต่ก็โอ.เค.ละ เพราะดูเหมือนว่าแต่ละคน แต่ละคณะจะมาคาระวะ “ครูใหญ่” ด้วยความเคารพนับถือกันทั้งนั้น! แต่เพราะงานจัดกันที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ซึ่งมีพร้อมทั้งเหล้าและเบียร์ แขกรับเชิญที่ไปในงานก็เลยสเริญสราญบานเบิก เสพเสวนาสุราบานกันจนบรรลุถึงความเมา เมื่อถึงเวลาขึ้นเวทีก็เลยต้องเดินส่ายเอวหลบเงาตัวเองขึ้นเวที มันก็น่ารักไปอีกแบบ...อย่างนี้เขาว่าเมาแบบเปิดเผย ไม่ได้เมาแบบซ่อนเร้นความรู้สึกที่มันเป็นจริตอันน่าเกลียด!

เป็นที่น่าแปลกใจว่า คอนเสิร์ตครั้งนี้ ไม่มีอดีตผู้ร่วมขับเคลื่อน “กองเกวียนคนทุกข์” ทั้งในป่าและในเมืองอย่างวีรศักดิ์ สุนทรศรี, ทองกราน ทานา และ พงษ์เทพ กระโดนชํานาญ มาร่วมในงานนี้..?!? 

เป็นคอนเสิร์ตที่แฟนพันธ์แท้เพลงเพื่อชีวิต ต้องเก็บสะสมเอาไว้ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ส่วนเราๆท่านๆที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่ว่าจะ “หน้าเหลี่ยม” หรือ “หัวเกรียน”...หรือ “แป๊ะขากถุย” จะมีเก็บสะสมเอาไว้ก็ไม่เสียหายอะไรครับ!

โดย ยะการิยา ท่ากำชำ   วันที่ 9-สิงหาคม-2551

 
 
 
Copyright © 2006 CarAudioOnline.net. All rights reserved